ได้มีโอกาสเดินทางไปทำธุระแถบอำเภอเขาคิชฌกูฏ จันทบุรี โดยปกติจะเดินทางไปแถบนั้นบ่อย แต่ไม่เคยได้มีโอกาสได้แวะสักการะ
ในครั้งนี้ตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องขอกราบสักการะพระองค์ท่านให้ได้ และก็เก็บบันทึกภาพมาฝากผู้ที่เคารพศรัทธาในพระองค์ท่านด้วยจ๊ะ

การเดินทางไปอำเภอเขาคิชฌกูฏ จันทบุรีนี้ ถ้าเป็นคนในพื้นที่หรือคนที่คุ้นเคยกับพื้นที่นี้ก็จะทราบดีว่า สามารถเดินทางไปได้หลายเส้นทาง
แต่สำหรับในครั้งนี้ เอ๊ะเดินทางไปหลังจากทำธุระที่ตัวอำเภอเมืองจันทบุรีเสร็จเรียบร้อยแล้ว เดินทางจากแยกเขาไร่ยา จากสี่แยกไฟแดงเขาไร่ยา
ถ้าออกจากตัวเมือง ก็ตรงไปเลย จะมีป้ายใหญ่บอกทางให้ตรงไป พอผ่านสี่แยกไฟแดงแล้ว ท่านจะเข้าสู่ถนนบำราศนราดูร ขับรถตรงมาเรื่อยๆ
จะผ่านสี่แยกกระทิง ไม่ต้องเลี้ยวไปไหน ให้ขับตรงมาอีกชั่วอึดใจเดียว ก็จะเห็นทางซ้ายมือ มีป้ายบอก โรงพยาบาลเขาคิชฌกูฏ ศาลฯ จะอยู่
ด้านหน้าโรงพยาบาลฯ เห็นได้ง่ายและชัดเจน เมื่อใดที่ท่านขับไปถึงทางเข้าน้ำตกกระทิงหรือ ม.ราชมงคลตะวันออก จันทบุรี ให้ท่านพึงนึกไว้
เลยว่า ท่านได้ขับรถผ่านโรงพยาบาลเขาคิชฌกูฏ มาแล้ว ระยะทางจากสี่แยกเขาไร่ยา มาโรงพยาบาลเขาคิชฌกูฏ จะประมาณ 21 กิโลเมตร
หากท่านผ่านด้านหน้าโรงพยาบาลเขาคิชฌกูฏ ท่านก็จะเห็นพระรูปฯ อย่างชัดเจน เด่นเป็นสง่าอยู่ภายในศาลฯ
ภาพกว้างๆ ให้เห็นลักษณะภายในศาลฯ ซึ่งเป็นศาลเปิดให้สักการะได้ตลอดเวลา (ถ้าจำไม่ผิด)
สภาพภายในศาลฯ สะอาดสะอ้าน คิดว่าเจ้าหน้าที่ของทางโรงพยาบาลฯ ได้ดูแลรักษาและทำความสะอาดศาลฯ เป็นอย่างดี
พระรูปฯ ประดิษฐานอยู่บนแท่นหิน อย่างสง่างาม
ภาพในมุมนี้จะเห็นพระรูปฯ ชัดเจนขึ้น พระรูปฯ ทรงพระมาลา
ป้ายหินอ่อนที่มีพระคาถาบูชาประจำพระองค์ อยู่ภายในศาลฯ ใกล้ๆ กับ ตู้ใส่กระดาษทายเซียมซี
ตู้ใส่กระดาษทายเซียมซี ซึ่งว่างเปล่า
ภาพมุมกว้าง จะมองเห็นศาลฯ ต้นประดู่ และทางขึ้นอาคารโรงพยาบาลฯ และท้องฟ้าที่สดใส
อาคารนี้ชื่อว่าอาคารศาลเจ้าที่ตลาดล่าง จะอยู่อีกฝั่งหนึ่ง แต่อยู่ไม่ไกลจากศาลฯ ไม่ได้สอบถามความเป็นมาของอาคารนี้
แต่ชอบเพราะว่าอาคารนี้จะเป็นงานเกี่ยวกับแพทย์แผนไทยของโรงพยาบาลฯ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นสิ่งที่พระองค์ท่านเคยได้
ใช้ช่วงชีวิตหนึ่งกับแพทย์แผนไทย
ภาพนี้จะอธิบายทุกอย่างด้วยรายละเอียดภายในภาพ
ต้นประดู่ ที่ปลูกอยู่ข้างๆ กับศาลกรมหลวงชุมพรฯ สูงใหญ่ ให้ร่มเงา และกำลังออกดอกเต็มต้น
ภาพสุดท้ายเป็นภาพรายละเอียดของต้นประดู่ ว่าปลูกโดยผู้ใด ตำแหน่งใด และ ปลูกเมื่อใด และแน่นอนมีรายละเอียด
การเปิดพระอนุสาวรีย์ (เอ๊ะเดาเองว่า แต่ก่อนคาดว่าจะเป็นพระอนุสาวรีย์ และมีการสร้างอาคารสำหรับกันแดดฝนขึ้นภายหลัง
หากข้อสงสัยนี้ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วยจ้า) เมื่อวันที่ 10 กันยายน พุทธศักราช 2540