ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
   
Languages    
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: -:- ราชวงศ์สุพรรณภูมิ........  (อ่าน 12799 ครั้ง)
มารจอมยุทธ
*


-:- พลังฝัน พลังใจ...

คะแนนจิตพิสัย : +0 | -99
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 239

ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์ yoottapichai2499@hotmail.com
« เมื่อ: 02 เมษายน 2552, 21:32:39 »
line


ราชวงศ์สุพรรณภูมิ

         ราชวงศ์สุพรรณภูมิ เป็นราชวงศ์ที่สองที่ได้ครองกรุงศรีอยุธยา กษัตริย์แห่งราชวงศ์นี้เชื่อว่าสืบเชื้อสายมาจากผู้ปกครองเมืองสุพรรณบุรี เป็นราชวงศ์ที่มีพระมหากษัตริย์ปกครองมากที่สุด ประกอบด้วยพระมหากษัตริย์ ๑๑ พระองค์

        รากฐานของความขัดแย้งแต่ดั้งเดิมของกรุงศรีอยุธยา มาจากการช่วงชิงอำนาจทางการเมือง ระหว่างราชวงศ์ที่สถาปนากรุงศรีอยธยา คือราชวงศ์ละโว้-อโยธยา ซึ่งบางสำนักประวัติศาสตร์เรียกว่า "ราชวงศ์อู่ทอง" กับราชวงศ์สุพรรณภูมิ ที่เดิมเป็นเครือญาติใกล้ชิดกัน ทว่าการสืบทอดราชสมบัติไม่ลงตัว บรรยากาศทางการเมืองของเครือญาติ จึงเปลี่ยนเป็นความรุนแรง ยามราชวงศ์ละโว้-อโยธยาเรืองอำนาจ ฝ่ายราชวงศ์สุพรรณภูมิก็คืนสู่เมืองสุพรรณภูมิ (สุพรรณบุรี) พอราชวงศ์สุพรรณภูมิเข้มแข็ง ก็ยกกองทัพมาขับละโว้-อโยธยากลับคืนยังเมืองละโว้ (ลพบุรี) ศูนย์อำนาจเดิมของตนเช่นกัน ต่อมาภายหลังราว พ.ศ. ๑๙๕๐ เป็นต้นมา กษัตริย์แคว้นสุพรรณภูมิได้กำลังสนับสนุนจากแคว้นสุโขทัย ยกพลไปยึดครองกรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จ สถาปนาราชวงศ์สุพรรณภูมิ ครอบครองพระนครอย่างมั่นคง และยิ่งยืนนานมากกว่าราชวงศ์อื่นใด


        ด้านการปกครองในขณะนั้น ทางพระนครใช้ระบบแต่งตั้งเจ้านายเชื้อพระวงศ์ไปปกครองบรรดาเมืองลูกหลวง หลานหลวง อำนาจจึงกระจายอยู่ที่บรรดาเจ้าเมืองสำคัญ ๆ พระนครมิได้เป็นศูนย์รวมอำนาจอย่างแท้จริง เครือข่ายความสัมพันธ์ทางอำนาจ จำกัดอยู่เพียงเครือญาติที่ไม่มีหลักประกันว่าจะจีรังไปนานเท่าใด เมื่อสิ้นรัชกาลก็มักเกิดการแย่งชิงอำนาจกันในกลุ่มพระญาติพระวงศ์ ที่เป็นเจ้าเมืองใหญ่ ๆ เหล่านั้น ในรัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (พ.ศ. ๑๙๙๑-๒๐๓๑) จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิรูปลักษณะการปกครอง และบริหารราชการ ดึงอำนาจการปกครองแผ่นดินมาไว้ที่ส่วนกลาง ยกเลิกการแต่งตั้งเจ้านายในราชวงศ์ไปปกครองเมืองสำคัญ และลดอำนาจเจ้าเมืองที่ครองเมืองต่าง ๆ ซึ่งเป็นเชื้อสายราชวงศ์เดิมลง


        การปฏิรูปการปกครอง ทำให้มีกลุ่มผู้เสียประโยชน์ โดยเฉพาะเจ้านายฝ่ายสุโขทัย ที่เคยมีอำนาจปกครองเมืองสำคัญ ๆ มาก่อน ฝ่ายสุโขทัยจึงหันไปเข้ากับแคว้นล้านนา ทำให้สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ต้องเสด็จไปประทับยังเมืองพิษณุโลก ทรงใช้พิษณุโลกเป็นศูนย์บัญชาการต่อต้านการ "รุกราน" ของล้านนายาวนานถึง ๗ ปี โดยทางพระนคร โปรดให้พระราชโอรสปกครอง และรับผิดชอบราชการ นั่นคือสาเหตุให้ราชอาณาจักรศรีอยุธยา ต้องแบ่งราชธานีออกเป็นเมืองเหนือกับเมืองใต้โดยปริยาย และเป็นที่รู้กันต่อมาว่า ราชธานีฝ่ายเมืองเหนือหรือพิษณุโลก เป็นราชธานีของพระมหาอุปราช

         ต่อมาราวปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๑ สมัยสมเด็จพระไชยราชาธิราช ทรงรวบรวมบ้านเมืองให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้สำเร็จ โดยยกเลิกให้เชื้อพระวงศ์ไปครองเมืองพิษณุโลก ตามฐานันดรพระมหาอุปราช เรียกเจ้านายราชวงศ์สุโขทัย และฝ่ายเมืองเหนืออีกส่วนหนึ่ง ลงไปรับราชการเป็นขุนนางใกล้ชิด อยู่ในพระนครเป็นการบั่นทอนอำนาจลงทั้งหมด ทำให้กรุงศรีอยุธยาเป็นศูนย์กลางอำนาจอย่างแท้จริง


        นักประวัติศาสตร์วิเคราะห์ว่า นอกเหนือจากความเข้มแข็งเด็ดขาดของพระองค์แล้ว ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สามารถแผ่อิทธิพล กระทั่งครอบคลุมถึงล้านนา ล้านช้างนั้น เกิดจากการติดต่อกับโปรตุเกส ทำให้กรุงศรีอยุธยาได้รับวิทยาการใหม่ ๆ ด้านอาวุธสงคราม อย่างไรก็ดี สันนิษฐานว่า ขณะนั้นเชื้อสายราชวงศ์ละโว้-อโยธยา ที่ถูกริดรอนอำนาจลง ได้อาศัยเงื่อนไขการปกครองแบบรวมศูนย์อำนาจ พยายามฟื้นฟูราชวงศ์ของตนขึ้นใหม่ เป็นเหตุให้กลุ่มเจ้านายราชวงศ์สุโขทัยกลุ่มเมืองเหนือ ร่วมกับกลุ่มอื่นที่ถูกลดอำนาจ (เช่นนครศรีธรรมราช) ถือโอกาสกำจัดราชวงศ์ละโว้-อโยธยา แล้วคืนอำนาจให้เชื้อสายราชวงศ์สุพรรณภูมิ คือพระเฑียรราชา ปกครองกรุงศรีอยุธยาสืบไปดังเดิม เป็นเช่นนี้เจ้านายราชวงศ์สุโขทัยจึงมีความดีความชอบ ได้รับคืนฐานันดรเดิม แล้วกลับไปครองแคว้นสุโขทัยดังเดิมที่เมืองพิษณุโลก


บันทึกการเข้า
line
-:- ชีวิตเหมือนบทความบทหนึ่ง   
ตอนท้ายของบทความแต่ละบท แต่ละตอน
มีการใช้จุด ใช้เครื่องหมายอัศเจรีย์   
และบางคนก็ใช้เครื่องหมายปรัศนีย์มาปิดท้าย -:-
มารจอมยุทธ
*


-:- พลังฝัน พลังใจ...

คะแนนจิตพิสัย : +0 | -99
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 239

ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์ yoottapichai2499@hotmail.com
« ตอบ #1 เมื่อ: 02 เมษายน 2552, 21:32:59 »
line
รายนามพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์สุพรรณภูมิ

        ๑. สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๑ - มีพระนามเดิมว่า พะงั่ว ทรงเป็นผู้ร่วมสถาปนาอาณาจักรอยุธยา ในรัชสมัยของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ พระองค์ได้ครองเมืองสุพรรณบุรี เมื่อสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ เสด็จสวรรคต ได้นำกำลังจากเมืองสุพรรณบุรีมาประชิดกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระราเมศวรได้อัญเชิญพระองค์เข้าเมืองแล้วถวายพระราชสมบัติให้ พระองค์จึงเสด็จขึ้นครองราชสมบัติเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๑๓ เสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๓๑

        ๒. พระเจ้าทองลัน - ทรงเป็นพระราชโอรสของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๑ เสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อจากพระราชบิดาเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๑๓ แต่ครองราชสมบัติได้เจ็ดวัน สมเด็จพระราเมศวรก็ได้นำกำลังจากเมืองลพบุรีเข้ายึดกรุงศรีอยุธยาแล้วกุมตัวพระเจ้าทองลันไปสำเร็จโทษ

        ๓. สมเด็จพระอินทราชาที่ ๑ - ทรงเป็นพระราชนัดดาในสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๑ มีพระนามเดิมว่า นครอินทร์ เสด็จพระราชสมภพเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๐๒ เสด็จขึ้นครองราชสมบัติเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๕๒ จากการร่วมกับออกญามหาเสนา นำกำลังเข้ายึดอำนาจ เสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๖๗

        ๔. สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ - ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระอินทราชาที่ ๑ มีพระนามเดิมว่า สามพระยา เสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อจากพระราชบิดาเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๖๗ เสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๙๑

        ๕. สมเด็จพระราเมศวรบรมไตรโลกนาถบพิตร - ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ เสด็จพระราชสมภพเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๗๔ เสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อจากพระราชบิดาเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๙๑ เสด็จไปประทับอยู่ที่เมืองพิษณุโลกเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๑๖ กระทั่งเสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๓๑

        ๕. สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๓ - ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระราเมศวรบรมไตรโลกนาถบพิตร มีพระนามเดิมว่า อินทราชา เสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อจากพระราชบิดาเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๓๑ เสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๓๔

        ๕. สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ - ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระราเมศวรบรมไตรโลกนาถบพิตร และเป็นพระอนุชาต่างมารดาของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๓ มีพระนามเดิมว่า เชษฐาธิราช เสด็จพระราชสมภพเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๑๕ เสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อจากพระเชษฐาเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๓๔ เสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๗๒

        ๖. สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๔- ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๓ มีพระนามเดิมว่า อาทิตยวงศ์ เสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อจากพระราชบิดาเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๗๒ เสด็จสวรรคตด้วยไข้ทรพิษเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๗๖

        ๗. สมเด็จพระรัฏฐาธิราช - ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๔ เสด็จพระราชสมภพเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๗๒ เสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อจากพระราชบิดาเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๗๖ ในปีถัดมาสมเด็จพระเจ้าไชยราชาธิราชได้นำกำลังเข้ายึดกรุงศรีอยุธยาแล้วกุม ตัวสมเด็จพระรัฏฐาธิราชไปสำเร็จโทษ

        ๘. สมเด็จพระไชยราชาธิราช - ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ และเป็นพระอนุชาของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๔ เสด็จขึ้นครองราชสมบัติจากการนำกำลังเข้ายึดอำนาจเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๗๖ เสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๘๙ ด้วยสาเหตุไม่ชัดเจน

        ๙. พระยอดฟ้า - ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระไชยราชาธิราช เสด็จพระราชสมภพเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๗๙ เสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อจากพระราชบิดาเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๘๙ เสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๙๑ ด้วยสาเหตุไม่ชัดเจน

        ๑๐. สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ - ไม่มีพงศาวดารฉบับใดระบุว่า พระองค์เป็นพระราชโอรสของกษัตริย์พระองค์ใด แต่สันนิษฐานว่าเป็นพระราชโอรสของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4 ทรงเสด็จพระราชสมภพเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๕๕ เสด็จขึ้นครองราชสมบัติครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๙๑ จากการที่ขุนนางกลุ่มหนึ่ง นำโดยขุนพิเรนทรเทพ ได้นำกำลังเข้ายึดอำนาจจากขุนวรวงศาธิราช แล้วถวายพระราชสมบัติให้แก่พระองค์ ถึงปี พ.ศ. ๒๑๐๗ ได้ทรงสละราชสมบัติให้กับสมเด็จพระมหินทราธิราช ซึ่งเป็นพระราชโอรส แล้วเสด็จลาผนวช กระทั่งในปี พ.ศ. ๒๑๑๑ พม่าได้ยกกำลังเข้าประชิดกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระมหินทราธิราชจึงได้อัญเชิญให้พระองค์ลาผนวชแล้วถวายราชสมบัติคืน จึงได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นครั้งที่ ๒ แต่ทรงครองราชสมบัติได้อีกประมาณ ๒ เดือน ก็เสด็จสวรรคตเพราะอาการประชวร

        ๑๑. สมเด็จพระมหินทราธิราช - ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ เสด็จพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ. ๒๐๘๒ เสด็จขึ้นครองราชสมบัติครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๑๐๗ กระทั่งปี พ.ศ. ๒๑๑๑ได้ถวายพระราชสมบัติคืนให้แก่สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ แต่สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ได้เสด็จสวรรคตในปีเดียวกันนั้น พระองค์จึงได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นครั้งที่ ๒ และในปีนั้นกรุงศรีอยุธยาได้เสียแก่ฝ่ายพม่า พระองค์ได้ถูกกุมตัวไปยังเมืองหงสาวดี แต่ได้เสด็จสวรรคตระหว่างการเดินทาง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

    * วิชาการดอทคอม
    * พลังจิตดอทคอม
    * th.wikipedia.org วิกิพีเดีย
    * สารคดีดอทคอม

บันทึกการเข้า
line
-:- ชีวิตเหมือนบทความบทหนึ่ง   
ตอนท้ายของบทความแต่ละบท แต่ละตอน
มีการใช้จุด ใช้เครื่องหมายอัศเจรีย์   
และบางคนก็ใช้เครื่องหมายปรัศนีย์มาปิดท้าย -:-
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: