ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
   
Languages    
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: อนุรักษ์ ‘แมลงทับ’ ให้ยั่งยืน  (อ่าน 16072 ครั้ง)
ป้าเอ๊ะ
ตั้งใจ มุ่งมั่น ฝ่าฟัน ก้าวไป
*


หนูแจ๋วประจำห้องสมุด (ภารโรง)

คะแนนจิตพิสัย : +6 | -0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2314

ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์ jatikanont@hotmail.com
« เมื่อ: 19 มกราคม 2552, 05:41:32 »
line


อะไรเอ่ย...เขียวเหมือนพระอินทร์ บินมาเหมือนนก ลูกศรปักอกจะว่านกก็ไม่ใช่!!! คำถามของเด็กๆ ในแถบชนบท...จะได้คำตอบว่า “แมลงทับ”


แมลงทับ ชื่อสามัญ Metalic Wood Boring Beetle อยู่ในวงศ์ Buprestidae ในอันดับ COELOPTERA ในบ้านเรามี แมลงทับอยู่ 2 ชนิดคือแมลงทับขาเขียวกับแมลงทับขาแดง
โดยพบมากที่สุดอยู่ในภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ตัวเต็มวัยของมันจะผสมพันธุ์กันในราวเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน หลังจากนั้นก็จะตาย โดยใช้เวลาเพียงแค่ 3-4 สัปดาห์เท่านั้น ในช่วงเป็น ด้วงมักจะถูกจับมากินเป็นอาหาร
ทั้งปิ้ง, คั่วและทอด...อันเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้จำนวนแมลงทับ ในธรรมชาติลดน้อยลงไปทุกที

จากผลของงานวิจัยพบว่า...แมลงทับจะปรากฏให้เห็นเพียงปีละครั้งเดียว ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างที่เข้ามากระทบต่อวงจรชีวิต เช่น สภาพแวดล้อมก่อนเข้าหน้าฝน ถ้าหาก
สภาพอากาศแห้งแล้ง หนอนวัยสุดท้ายจะฟักตัวนิ่งข้ามปีได้ เพื่อรอจนกว่าจะถึงรอบปีตามปกติ... มันจึงจะลอกคราบจากดักแด้กลายเป็นแมลงทับตัวเต็มวัย...


หากจะจับมันมาใช้ประโยชน์ก็ให้แมลงทับวางไข่เสียก่อนจึงจะดี...!!! สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานงานศิลปาชีพ ให้กับพสกนิกร ด้วยการนำเอาปีก
แมลงทับ มาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต ซึ่งก็ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีหลายกลุ่มอาชีพประกอบด้วย กลุ่มเครื่องประดับเพชรพลอย ต.โคกภู อ.ภูพาน, ศูนย์การศึกษา
พัฒนาภูพาน และ โครงการส่งเสริม ศิลปาชีพบ้านทรายทอง อ.ส่องดาว จ.สกลนคร

เพื่อสนองพระราชเสาวนีย์ฯ นายฉัตรชัย รัตโนภาส เป็นอธิบดีกรมป่าไม้ ได้ดำเนิน “โครงการแมลงทับคืนถิ่น” พร้อมกับรณรงค์ปลูกต้นไม้เพื่อเป็นแหล่งอาหารให้กับแมลงทับ
ขึ้นที่เทือกเขาภูพาน จังหวัดสกลนคร

นายไพฑูรย์ เจนเจริญพันธ์ หัวหน้าสำนัก งานป่าไม้สาขาจังหวัดสกลนคร บอกด้วยว่า จากโครงการนี้ทำให้ประชากรแมลงทับมากขึ้น ชาวบ้านทั้งหลายก็ได้นำปีกของแมลงทับ
มาเป็นส่วน ประกอบในการประดิษฐ์เครื่องประดับ เช่น ตุ้มหู, เข็มกลัด, ปิ่นปักผม เป็นต้น...


...อย่างไรก็แล้วแต่ก็ต้องขอให้ประชาชนร่วมใจกันในการอนุรักษ์แมลงทับนี้ไว้ ด้วยการปลูกต้นไม้ ให้เป็นแหล่งอาหารของมันและไม่จับในฤดูวางไข่

ประชากรแมลงทับในประเทศไทยจะได้ คงอยู่อย่างยั่งยืน...!!!



ขอบคุณ : ข่าวเกษตร 6 ก.ย. 48  http://www.thairath.co.th ภาพประกอบจาก www.photobucket.com

thxby3852ab2f6
บันทึกการเข้า
line
มีสิ่งดีๆ มามอบให้เสมอ ใครตักตวงได้มาก ก็ได้กำไรมาก
ป้าเอ๊ะ
ตั้งใจ มุ่งมั่น ฝ่าฟัน ก้าวไป
*


หนูแจ๋วประจำห้องสมุด (ภารโรง)

คะแนนจิตพิสัย : +6 | -0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2314

ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์ jatikanont@hotmail.com
« ตอบ #1 เมื่อ: 20 มกราคม 2552, 01:07:51 »
line


ชื่อสามัญ Metalic Wood boring Beetle
อันดับ  COELOPTERA 
วงศ์     Buprestidae
   

แมลงปีกแข็งที่มีปีกสีเขียวแวววาว   หนวดสั้นมีรูปร่างหยักคล้ายฟันเลื่อย  มีวงจรชีวิตประมาณหนึ่งปี
ตัวเมียวางไข่ตาม รอยแตกของไม้ ตัวหนอนเจาะเปลือกไม้เข้าไปกัดกินเนื้อเยื่อของต้นไม้ แมลงทับจัด
เป็นแมลงศัตรูของพืชด้วย   เนื่องจากตัวอ่อนชอบเจาะไชเข้าไปใต้เปลือกลำต้น    ทำให้พืชที่ แมลงทับ
อาศัย เช่น มะม่วง มะม่วงหิมพานต์ มะขามเทศ ตายได้แต่สามารถป้องกันกำจัดได้ โดยวิธีดังต่อไปนี้


แมลงทับ มีชื่อสามัญว่า Metalic Wood Boring Beetle อยู่ใวงศ์ Buprestidae ในอันดับ COELOPTERA ทั่วโลกนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด
แต่ในบ้านเรามีแมลงทับที่พบอยู่ 2 ชนิดคือแมลงทับขาเขียวกับแมลงทับขาแดง ซึ่งพบมากที่สุดอยู่ในภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แมลงทับนั้นนับว่า
เป็นแมลงที่อาภัพ วงจรชีวิตของมันมีแค่ปีเดียว  ใช้ชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่ในดินอย่างน้อยก็ 11เดือน นับตั้งแต่เป็นไข่ เป็นตัวหนอน เป็นดักแด้ แล้วจึงโตเต็มวัย ช่วงโต
เต็มวัยนี่แหละที่พวกมันจะผสมพันธุ์กัน มีระยะเวลาเพียงแค่ 3-4 สัปดาห์เท่านั้นซึ่งตกประมาณราวเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน หลังจากนั้นก็จะตายจากไป ช่วงที่
พวกมันเป็น ด้วงมักจะถูกชาวบ้านจับมากินเป็นอาหาร ทั้งปิ้ง, คั่วและทอด อันเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้จำนวนแมลงทับ ในธรรมชาติลดน้อยลงไปทุกที


ผลงานวิจัยพบว่าแมลงทับจะมีปรากฏให้เห็นเพียงปีละครั้งเดียว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างที่เข้ามากระทบต่อวงจรชีวิต เช่น สภาพแวดล้อมก่อนเข้าหน้าฝน
ถ้าหากสภาพอากาศแห้งแล้ง หนอนวัยสุดท้ายจะฟักตัวนิ่งข้ามปีได้ เพื่อรอจนกว่าจะถึงรอบปีตามปกติ มันจึงจะลอกคราบจากดักแด้กลายเป็นแมลงทับตัวโตเต็มวัย


เรื่องสีเขียว เงาวาวของปีกแมลงทับ นักวิชาการด้านกีฏวิทยาท่านได้บอกว่า สีเขียวเงาวาวนั้นมาจากเม็ดสีชนิดหนึ่งนั่นเอง ซึ่งอาหารที่มันกินเข้าไปก็มี ส่วนในการ
สร้างเม็ดสีนี้ แต่ยังไม่พบรายงานที่ศึกษาเรื่องเม็ดสีนี้อย่างจริงจัง จึงไม่ทราบว่ามาจากสารใด โดยมากการวิจัยมักมุ่งเน้นไปที่การศึกษาชีววิทยาของแมลงทับ เช่น
วงจรชีวิตหรืองานสำรวจถิ่นที่อยู่ของมันเสียมากกว่า


การที่จะอนุรักษ์แมลงทับเหล่านี้ไว้ สามารถทำได้ด้วยการปลูกต้นไม้ เพื่อใช้เป็นแหล่งอาหารของมันและไม่ควรจับในฤดูวางไข่ รวมทั้งแนวทางการอนุรักษ์ด้านอื่นๆ
ควบคู่ไปด้วย เพื่อช่วยต่อชีวิตให้พวกมันยังคงสืบเผ่าพันธุ์และมีชีวิตอยู่ให้ลูกหลานเราได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของพวกมัน ว่านี่แหละที่เขาเรียกว่า...แมลงทับ...

ขอบพระคุณเวปไซต์ http://gotoknow.org/blog/chuanpis โดย  คนบ้านเดียวกัน

บันทึกการเข้า
line
มีสิ่งดีๆ มามอบให้เสมอ ใครตักตวงได้มาก ก็ได้กำไรมาก
pyopyo
*


คะแนนจิตพิสัย : +0 | -0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2

ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 28 เมษายน 2555, 10:13:54 »
line
สมควรที่จะอนุรักษ์ครับ เพราะหาดูยากขึ้นครับ

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: